Business Storytelling วิธีเปลี่ยนธุรกิจให้กลายเป็นเรื่องราวที่ลูกค้าจดจำได้
Business Storytelling คือแนวคิดการสื่อสารที่ช่วยให้ธุรกิจ “ถูกจดจำ” ได้มากกว่าการนำเสนอข้อมูลทั่วไป เพราะในโลกธุรกิจ B2B ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจจากข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินใจจาก “ความเข้าใจ” และ “ความรู้สึก” ที่เกิดขึ้นระหว่างการสื่อสาร แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยด้าน Narrative Transportation Theory ของ Green & Brock ที่อธิบายว่า เรื่องเล่าที่ดีสามารถทำให้ผู้รับสารเกิดความรู้สึกร่วม เข้าใจเนื้อหาได้ลึกขึ้น และจดจำได้มากกว่าการสื่อสารด้วยข้อมูลทั่วไป ขณะเดียวกันแนวคิด Hero’s Journey ของ Joseph Campbell และ Evidence-based Storytelling จากหนังสือ Made to Stick ก็ชี้ให้เห็นว่า เรื่องเล่าที่ทรงพลัง ไม่ได้เกิดจากการสร้างภาพให้ธุรกิจดูน่าสนใจเกินจริง แต่เกิดจากการเรียบเรียงประสบการณ์ แนวคิด และหลักฐานที่มีอยู่จริง ให้กลายเป็นการสื่อสารที่ผู้คนเข้าใจ จดจำ และเชื่อถือได้ง่ายขึ้น
จากประสบการณ์ในการพัฒนา Brand Communication ให้กับธุรกิจ B2B ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี Giant Point พบว่าหลายองค์กรมีศักยภาพที่แข็งแรง แต่กลับไม่สามารถถ่ายทอดคุณค่าและความแตกต่างของตัวเองออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้แบรนด์ดูไม่แตกต่าง ถูกเปรียบเทียบด้วยราคา หรือไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอ โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีข้อมูลซับซ้อน การสื่อสารที่ดีจึงไม่ใช่แค่การ “นำเสนอข้อมูล” แต่คือการทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าธุรกิจนั้นมีคุณค่าอย่างไร แตกต่างอย่างไร และควรได้รับความเชื่อถือเพราะอะไร
ดังนั้นในหัวข้อถัดไป เราจะพาคุณไปรู้จัก “Brand Story Advantage” สูตร 5 ขั้นที่ Giant Point ใช้ในการเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจ ให้กลายเป็นการสื่อสารที่ผู้คนเข้าใจ จดจำ และเชื่อถือได้ในระยะยาว
ทฤษฎีเล่าเรื่องที่ผมเลือกใช้ในบทความนี้ ได้แก่
-
Narrative Transportation — เรื่องเล่าที่ดีทำให้ผู้ชมถูกดึงเข้าสู่เนื้อหา
(อ่านเพิ่มเติม: Communication Theory หรือดูงานวิจัยต้นทางของ Green & Brock, 2000) -
Hero’s Journey (เวอร์ชัน B2B) — ลูกค้าคือพระเอก บริษัทคือผู้ช่วย
(อ้างอิงต้นทางจาก Joseph Campbell, The Hero with a Thousand Faces) -
Evidence-based Storytelling — เรื่องเล่าต้องมีหลักฐานจริง
(แนวคิดจากหนังสือ Made to Stick โดย Chip & Dan Heath)
ทั้งหมดคือวิธีคิดที่แบรนด์ระดับโลกใช้ในการสร้างความเชื่อถือ
หากต้องการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Business Storytelling หรือ Brand Communication สำหรับธุรกิจ B2B สามารถพูดคุยกับทีมงานของเราได้โดยตรงครับ
สูตร 5 ขั้น “Brand Story Advantage” โดย Giant Point
(1) เปิดด้วย Pain Point
เริ่มต้นด้วยปัญหาที่ลูกค้าในอุตสาหกรรมเจอ เพราะคนสนใจสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเองก่อนเสมอ
เช่น ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย คุณภาพ มาตรฐาน คู่ค้าต่างประเทศ ฯลฯ
(2) เล่า Origin Story / Purpose ให้กระชับ
ให้รู้ว่าบริษัทเกิดมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร ยิ่งเล่าแบบเป็นมนุษย์ ยิ่งสร้าง trust

(3) เล่า Process / Value Chain เป็นเรื่องราว
แทน bullet list แห้ง ๆ ให้จัด flow เป็นลำดับ
ต้นน้ำ → กระบวนการ → คุณภาพ → ทีมงาน → ผลลัพธ์ นี่คือ trust แบบ Logic
(4) ยก Case Study โดย “ลูกค้าเป็นพระเอก”
อธิบายว่าเราช่วยให้ลูกค้าสำเร็จอย่างไร เล่าแบบ Before/After
(5) ปิดด้วย Credibility Layer
ข้อมูลจริงที่ตรวจสอบได้ เช่น มาตรฐาน / ใบรับรอง / จำนวนลูกค้า / Achievement / Years of Experience ถือเป็น trust แบบ Authority

Checklist ทำ Company Profile ให้ขายงานได้จริง
-
ข้อความน้อย ภาพเยอะ
-
เล่าเรื่องที่แก้ปัญหาลูกค้า
-
กระชับ ดูง่าย
-
มี case จริง
-
ปิดด้วย “ชวนคุย” มากกว่า “ขายของตรง ๆ”

เขียนโดย: พุทธพัส ทุนคำ (Phutthaphat Thunkam) Giant Point’s Founder, Creative Director & Brand Narrative Researcher ขอบขอบคุณ ภาพผลงานที่ใช้อ้างอิงประกอบบทความจาก: CP Group Mitsubishi Electric Kang Yong Watana อ้างอิงแนวคิดจาก: Green, M. C. & Brock, T. C. (2000). Narrative Transportation Theory Campbell, J. (1949). The Hero with a Thousand Faces Heath, C. & Heath, D. (2007). Made to Stick
หากธุรกิจที่ดี ควรถูกเข้าใจอย่างถูกต้อง
Giant Point พร้อมช่วยออกแบบการสื่อสารที่ทำให้แบรนด์ของคุณ “พูดได้ชัดเจนขึ้น”
ตัวอย่างงานสื่อสารแบรนด์ที่พัฒนาจากแนวคิด Business Storytelling
ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการสื่อสารและการนำเสนอสำหรับธุรกิจ ผ่านช่องทางด้านล่าง
Our team is available to discuss communication solutions tailored to your business through the following channels.

























