ทำ Company Profile อย่างไร ให้แตกต่างและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ ตอน 2

ทำ Company Profile อย่างไร ให้แตกต่างและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ ตอน 2

ทำ Company Profile อย่างไร ให้แตกต่างและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ

ทำ Company Profile อย่างไร :ให้แตกต่างและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ : ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีคอมพานีโปรไฟล์ ก็ยังมีความสำคัญกับทุกกลุ่มธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นเอกสารสำคัญเพื่อใช้ในการประกอบการขาย และสามารถนำเสนอตัวตนของธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ในตอนที่ 1 (ปี 2012) ทางเราเคยนำเสนอเรื่องนี้ไปก็ยังได้รับความสนใจมีผู้เข้าอ่านและสอบถามรายละเอียดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง (อ่านตอนที่ 1) ในอดีตเกือบทุกบริษัทนำเสนอ Company Profile ของบริษัทตนเองด้วยรูปแบบคล้ายๆกัน อาทิ ปีที่ก่อตั้ง ประวัติบริษัท ทุนจดทะเบียน วิศัยทัศน์ พันธกิจ  รวมถึงสารจากท่านประธาน ซึ่งโดยภาพรวมแล้วดูเป็นเรื่องที่น่าเบื่อในการอ่าน Company Profile แต่ละเล่ม

จากปัญหาดังกล่าวเรามีคำตอบที่เขียนไว้ได้แต่ปี 2012 คือ “การนำเสนอศักยภาพที่แตกต่างของธุรกิจ สู่กลุ่มเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา” โดยเรียงลำดับการนำเสนอจากเรื่องที่น่าสนใจมากไปหาน้อย อาทิเช่นบริษัทของท่านแตกต่างด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมก็ควรนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นหลักในการนำเสนอ แล้วตามด้วยเนื้อหาอื่นๆที่จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า แล้วจึงค่อยเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรมีเช่น ประวัติธุรกิจ, รางวัลหรือมาตรฐานที่ได้รับ, โครงสร้างการบริการ ฯลฯ เป็นต้น

 

แน่นอนว่าในปี 2019 ที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนเเปลงไป สื่อ Online เข้ามามีบทบาทในการสื่อสาร การนำเสนอศักยภาพที่แตกต่างของธุรกิจสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา นั้นอาจยังไม่เพียงพอ

Company Profile ที่ดีในปี 2019 ควรจะต้อง “แคบแต่ลึก (Narrow And Deep)” ความหมายคือ เข้าใจง่าย สั้นกระชับ และมีส่วนขยายในทาง Online ให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าดูรายละเอียดได้อย่างลึกซึ้ง สามารถ Share เนื้อหา และสามารถบูรณาการเข้ากับสื่ออื่นๆ ของบริษัทได้อย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันเราอาจจะได้ยินผ่านหูกันบ่อยครั้งว่าคนไม่ชอบที่จะอ่านเนื้อหาปริมาณมากๆ แต่ถ้าสนใจจะทำการสืบค้นเข้าไปอ่านและถ้าพอใจมักจะมีพฤติกรรมในการแบ่งบันข้อมูลหรือเรียกกันติดปากว่า Share

จากลักษณะข้างต้นเรานำมาปรับใช้กับรูปแบบของ Company Profile ให้มีปริมาณตัวอักษรที่น้อยลงเขียนเฉพาะเนื้อหาสำคัญและสรา้งส่วนขยายที่เป็นภาพให้ช่วยเล่าเรื่อง พร้อมด้วยการวาง link สู่รายละเอียดปลีกย่อยในรูปแบบ Multimedia อาทิเช่น Virtual Reality, Augmented Reality เป็นต้น 

ที่ขาดเสียไม่ได้คือการสร้างการจดจำ Company Profile สามารถสร้างให้ล้อไปกับรูปแบบ Coprate Identity ที่มีอยู่เดิมของแต่ละบริษัท หรืออาจสร้างรูปแบบขึ้นมาใหม่โดยใช้ Keyword/Key Visual ใน Company Profile เล่มนั้นๆเป็นตัวตั้งต้น จากนั้นจึงนำเอารูปแบบที่ได้ไปปรับใช้กับสื่ออื่นๆให้เกิดเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกัน อาทิเช่นนำไปพัฒนาต่อเป็น website / brochure / catalog / banner เป็นต้น

ตัวอย่าง Company Profile บริษัท โกลบอล เมทัล เพ้นท์ติ้ง กรุ๊ป จำกัด นำเสนอภาพรวมธุรกิจและการบริการอย่างชัดเจน ด้วยข้อความที่สั้นกระชับ มีรูปภาพประกอบในแบบ InfoGraphic  มีส่วนขยายการนำเสนอไปยัง Social Media อย่าง Website / Youtube / Facebook / Line@ ของบริษัทเพื่อให้สามารถลูกค้าเข้าไปศึกษาข้อมูลของธุรกิจ และติดต่อสอบถามได้อย่างสะดวก รวดเร็ว นอกเหนือจากนั้นยังถูกนำไปฟัฒนาเป็นสื่ออื่นๆในรูปแบบเดียวกันอาทิเช่น Website

ทำ Company Profile

ตัวอย่างผลงาน และวิธีการที่กล่าวมาในข้างต้นเกิดจากการร่วมกันสร้างสรรค์ระหว่าง Giant Point และลูกค้าของเรา แนวคิดเหล่านี้คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำ Company Profile ของคุณได้ แต่หากคุณต้องการผู้ช่วยในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบและประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงให้ผลทางด้านการตลาดที่ดีขึ้น เราพร้อมเป็นผู้ช่วยให้แก่คุณได้ ติดต่อเราคลิก

ข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของผลงานทั้งหมดที่ บริษัทฯ ได้สร้างสรรค์ร่วมกับลูกค้า หากท่านสนใจที่จะสร้างเอกลัษณ์ในสินค้าและบริการของท่าน
สามารถติดต่อกับเรา หรือ ดูตัวอย่างผลงานเพิ่มเติมที่

 

ท่านสามารถติดตามและ Update ผลงานพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือสอบถามข้อมูลด้านงานบริการของ บริษัทไจแอนท์พอยท์ ได้จากช่องทางด้านล่างนี้

ทำ Company Profile02 259 6188

ทำ Company ProfileLine ID : @giantpoint

info@giant-point.com

/Giantpoint

 

Share this Post: Facebook Twitter Pinterest Google Plus StumbleUpon Reddit RSS Email

Related Posts